ขอหวยอุตรดิตถ์ สถานที่ขอพรขอโชคลาภขอหน้าที่การงานหรือแม่แต่ขอหวยอันดับ1 วัดดงสระแก้ว

ขอหวยอุตรดิตถ์ วัดดงสระแก้ว ตั้งชื่อตามนามหมู่บ้านดงสระแก้ว หมู่ 5 ตำบลไผ่ล้อม อำเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์ วัดได้ทำขึ้นในปี พุทธศักราช 2460 โดยภาควิชาเชื่อถือของประชาชนป่าสระแก้ว จากการนำของพ่อสุดใจ จันทา ในพื้นที่ 11 ไร่เศษ เดิมนั้นมีแค่เพียงศาลาและก็กุฎิพระสงฆ์มุงต้นหญ้าแฝกพอกันแดดกันฝนได้ กระทั่งในปี พุทธศักราช 2482 ราษฎรก็เลยได้พร้อมใจกันสร้างศาลาการเปรียญสำหรับประกอบพิธีทางศาสนา

และก็ราษฎรได้ด้วยกันสร้างโบสถ์ไม้สักทองอีกทั้งข้างหลังสำหรับประกอบสังฆกรรมของพระในปี พุทธศักราช 2484 รวมทั้งได้รับพระราชทานวิสุงค้างมสีมาเมื่อ พุทธศักราช 2498 แล้วก็มีการปรับปรุงก่อสร้างเสนาสนะแล้วก็ตึกถาวรวัตถุเพิ่มเติมอีกมาตลอดถึงเดี๋ยวนี้ โดยจะมีพระที่ประจำ ที่นักท่องเที่ยวสามารถ เข้าไปพอพรต่างๆได้ โบสถ์ไม้สักทอง เป็นตึกไม้สักทองคำ ยกพื้นคนลอดได้ ทรงไทยปรับใช้ หลังคาลดชั้นไล่ระดับแบบภาคกึ่งกลาง

มีหน้าบัน สร้างใน พุทธศักราช 2484 ปัจจุบันนี้ผู้เชื่อถือนิยมมาลอดใต้ถุนโบสถ์ข้างหลังนี้ เนื่องด้วยมั่นใจว่าเป็นศิริมงคล หลวงพ่ออู่ทองคำ (ทอง) เคยเป็นพระประธานในโบสถ์ไม้สักทองคำ (ขนาดหน้าตักกว้าง 34 นิ้ว) มีพุทธลักษณะปางมารวิชิต เนื้อโลหะทองแท้ หนักกว่า 200 โล สร้างในสมัยอู่ทอง สกุลช่างอู่ทอง มีอายุกว่า 800 ปี พระธรรมธุระโกศล สมัยก่อนเจ้าอาวาสวัดดงสระแก้ว เอามาจากวัดราชบุรณราชวพระอาทิตย์หาร จ.กรุงเทพฯ

ซึ่งถูกทำลายจากระเบิดของฝ่ายสัมพันธมิตรในตอนสงครามโลกครั้งที่ 2 เมื่อปี พุทธศักราช 2485 หลวงพ่ออู่ทอง เป็นพุทธรูปสำคัญ 1 ใน 3 องค์ ที่ได้นำขึ้นมาจากวัดราชบุรณะในครั้งเดียวกัน และก็ เป็นพุทธรูปทองคำโบราณองค์สำคัญองค์เดียวของจังหวัดอุตรดิตถ์ มาตั้งแต่นั้น แม้กระนั้นปรากฏว่า ในปี พุทธศักราช 2520 หลวงพ่ออู่ทองคำได้ถูกขโมยหายไปจากวัดอย่างไร้ร่องรอย รวมทั้งยังคงตามคืนมาไม่ได้จนถึงทุกวันนี้ สำหรับวัดนี้เป็นวัดแรก ที่คุณต้องนักถึงแน่นอน เพราะมีความศักดิ์อย่างมาก ใครที่ได้มาขอพร มักประสบพบโชค ดั่งที่มากล่าวไป ขอหวยอุดร

 

ขอหวยอุตรดิตถ์

 

ขอหวยอุตรดิตถ์ สถานที่ขอพรขอโชคลาภขอหน้าที่การงานหรือแม่แต่ขอหวยอันดับ2 วัดหมอนไม้

วัดหมอนไม้ ตั้งอยู่ที่ตำบลบ้านเกาะ อำเภอเมือง จังหวัดอุตรดิตถ์ ปัจจุบันนี้เป็นวัดที่จำพรรษาของหัวหน้าคณะสงฆ์อำเภอเมืองจังหวัดอุตรดิตถ์ ขึ้นตรงต่อคณะสงฆ์มหานิกาย วัดหมอนไม้ เดี๋ยวนี้เป็นวัดที่มีโบสถ์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในจังหวัดอุตรดิตถ์ รวมทั้งเป็นศูนย์การศึกษาเล่าเรียนของวิทยาลัยสงฆ์พุทธชินราช สำหรับวัดแห่งนี้มีพระที่เป็นศูนย์กลางอย่าง หลวงพ่อสัมฤทธิ์ เป็นพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ ๑ ใน ๙ พุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ที่เมืองจังหวัดอุตรดิตถ์ ์ตรวจหวย

องค์พุทธรูปเป็นพระสกุลช่างสุโขทัย สร้างในยุคกรุงจังหวัดสุโขทัยเป็นราชเมือง ตัวองค์พระเป็นเนื้อโลหะสำริด ปางมารชิ ตั้งเป็นพระประธานด้านในโบสถ์ วัดหมอนไม้ อำเภอเมืองจังหวัดอุตรดิตถ์ จังหวัดอุตรดิตถ์ มีการเล่าถึงความเ็นมาว่า เมื่อ พุทธศักราช ๒๔๔๖ สมภารติ่ง เจ้าอาวาสวัดหมอนไม้ในยุคนั้น ได้เจอหลวงพ่อสัมฤทธิ์ในวิหารเก่าในวัดร้างแห่งหนึ่งในอำเภอแดนลับแล องค์พระเดิมมีความชำรุดมากมาย ท่านก็เลยได้นำราษฎรรวมทั้งพระภิกษุมาเชิญองค์พระกลับมายังวัดหมอนไม้เพื่อบูชา

โดยท่านเจ้าอาวาสองค์ถัดมาเป็นเจ้าอาวาสหวิง ได้ลงไปศีกษาพระปริยัติธรรมยังวัดสระเกษ กรุงเทพมหานคร ก็เลยได้เชื้อเชิญราษฎรเรี่ยไรได้เงินและก็โลหะทองแดงปริมาณหนึ่งเพื่อนำไปให้ช่าง กระทำการบูรณะหลวงพ่อให้สมบูรณ์ โดยสมภารหวิงได้เชิญหลวงพ่อไปปรับปรุงแก้ไขซ่อนแซมยังบ้านช่างหล่อ จังหวัดธนบุรี (กรุงเทพฯ) ในปี พุทธศักราช ๒๔๕๕ ก็เลยเชิญกลับมาติดตั้งเป็นพระประธานในโบสถ์วัดหมอนไม้กระทั่งเดี๋ยวนี้

สำหรับวัดแห่งนี้ เป็นวัดที่สร้างชื่อ ให้กับจังหวัดอย่างมาก เพราะตัวของวัดนั้น มีสถานที่อันร่มเย็น เหมาะแก่การเข้ามา ท่องเที่ยวหรือพักผ่อน ให้กับตนเองนั้นเอง และสำหรับความศักดิ์สิทธิ์ ในการกล่าวถึงปฎิหารย์มากมาย ที่เกิดขึ้นกับวัดแห่งนี้ เป็นการออกมาปรากฎการณ์แปลกๆ และมักมีชาวบ้านฝันหาพระองค์หนึ่ง หากใครได้เข้าไปกราบไหว้ มักได้สิ่งที่คุณตามหา

 

ขอหวยอุตรดิตถ์สถานที่ขอพรขอโชคลาภขอหน้าที่การงานหรือแม่แต่ขอหวยอันดับ3 วัธรรมาธิปไตย

เดิมชื่อ วัดท่าทราย เนื่องมาจากเดิมตั้งอยู่ริมแม่น้ำน่าน (ท่าอิฐล่าง) หรือบ้านบางโพเหนือ ถัดมาน้ำได้กัดกร่อนฝั่งพังทลายเข้ามาเรื่อยจนกระทั่งที่ตั้งวัด ก็เลยจำต้องย้ายหนีน้ำขึ้นมาห่างจากที่เดิมราวสองกิโล ภาวะที่ตั้งใหม่มีต้นไม้ร่มรื่นเยอะแยะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งมีต้นมะขามขนาดใหญ่อย่ในรอบๆวัด ก็เลยขึ้นชื่อวัดใหม่ว่า วัดต้นมะขาม มาตั้งแต่ปี พุทธศักราช 2345 ถัดมาหัวหน้าคณะสงฆ์จังหวัดได้ส่ง พระสุธรรมเมธี (บันลือ ธมฺมธโช ป.ธ.๘) ตรวจหวยย้อนหลัง

มาเป็นเจ้าอาวาสวัดต้นมะขาม ตอนวันที่ 24 พ.ค.พุทธศักราช 2482 พระสุธรรมเมธีดำริว่าชื่อวัดต้นมะขามนั้นฟังเสมือนอยู่ในป่าแล้วก็ต้นมะขามใหญ่นั้นก็ไม่มีปรากฏแล้ว ทั้งวัดตอนนั้นอยู่กลางเมืองจังหวัดอุตรดิตถ์มีผู้คนผ่านไปมามากมายควรจะเปลี่ยนแปลงชื่อใหม่ให้เพราะ ก็เลยได้ทำขอเปลี่ยนแปลงชื่อวัดเป็น วัดธรรมาธิปไตย ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาตึกธรรมที่ประชุม กว้าง 19.30 เมตร ยาว 40.30 เมตร เป็นตึกปูน 2 รุ่นถัดมาแรกในจังหวัดอุตรดิตถ์

สร้างในยุคจอมพล เปรียญพิบูลการทำศึก​เป็นนายกฯ (เริ่มสร้าง พุทธศักราช 2491) ได้รับบุญคุณจาก​สมเด็จพระนางเจ้างามพรรณี​พระบรมราชินีในรัชกาลที่​7 ​ทรงปิดทองลูกนิมิตเอก ในวันที่​3 เดือนพฤศจิกายน พุทธศักราช 2492 ตึกธรรมที่ประชุมเป็นตึกซึ่งสร้างด้วยแนวความคิด ธรรมที่ประชุม (ในยุคพุทธกาล) ที่แรกของเมืองไทย ซึ่งดีไซน์มาเพื่อใช้ประโยชน์ได้ 7 ประการอยู่ในที่เดียวกัน เป็นโบสถ์ วิหาร ศาลาการเปรียญ สถานศึกษา

หอพักสวดมนต์ไหว้พระ หอพักตรี รวมทั้งธรรมสโมสร ทำงานก่อสร้างเสร็จในปี พุทธศักราช 2493 โดยมี สมัยก่อน พระสุธรรมเมธี (เลื่องลือ ธมฺมธโช ป.ธ.8) อธิบดีพระสงฆ์วัดธรรมาธิปไตยตอนนั้น (ผู้จัดตั้งสถานที่พิมพ์ธรรมที่ประชุม รวมทั้งสถาบันกึกก้องธรรม) เป็นผู้บุกเบิกรวมทั้งจัดการหาทุนจากทั่วราชอาณาจักร หลวงพ่อเชียงแสน เป็นพระประธานในโบสถ์ธรรมที่ประชุม (ขนาดหน้าตักกว้าง 38 นิ้ว สูง 67 นิ้ว) มีพุทธลักษณะปางมารชิ เนื้อโลหะทองสัมฤทธิ์บริสุทธิ์

สร้างในยุคจังหวัดสุโขทัย สกุลช่างจังหวัดสุโขทัยยุคกลาง แก่กว่า 700 ปี เอามาจากวัดราชบุรณราชวรพีหาร จ.กรุงเทพฯ ซึ่งถูกทำลายจากระเบิดของฝ่ายสัมพันธมิตรในตอนสงครามโลกครั้งที่ 2 เมื่อปี พุทธศักราช 2485 หลวงพ่อเชียงแสนเป็นพุทธรูปโบราณยุคจังหวัดสุโขทัยองค์สำคัญ 1 ใน 2 องค์ของจังหวัดอุตรดิตถ์ ที่ได้นำขึ้นมาจากวัดราชบุรณะในครั้งเดียวกัน (อีกองค์หนึ่งตั้งอยู่ที่วัดคุ้งน้ำเรือตะเภา มีนามว่า หลวงพ่อจังหวัดสุโขทัยทองสัมฤทธิ์)

มองประวัติความเป็นมาของหลวงบิดาเชียงแสนเพิ่มถึงที่เหมาะ เรื่องราวพระพุทธจังหวัดสุโขทัยตรีโลกเชษฐ์ เป็นสถานที่สำหรับคน ที่อยากทำบุญอย่างมาก เหมาะสำหรับคนที่อยากได้โชค หรืออยากได้สิ่งที่ต้องการ เพียงแค่มาบนกับหลวงพ่อเชียงแสน มักประสบความสำเร็จแน่นอน

 

ขอหวยอุตรดิตถ์

 

ขอหวยอุตรดิตถ์สถานที่ขอพรขอโชคลาภขอหน้าที่การงานหรือแม่แต่ขอหวยอันดับ4 วัดท่าถนน

เดิมชื่อ วัดวังเตาหม้อ อยู่ตรงกันข้ามสถานีรถไฟจังหวัดอุตรดิตถ์ ติดตั้งหลวงพ่อเพ็ชร พุทธรูปเชียงแสนราชสีห์ 1 หล่อด้วยสัมฤทธิ์อีกทั้งองค์ ในรอบๆวัดมีตึกศิลป์แบบตะวันตก สร้างเมื่อ พุทธศักราช 2474 เป็นสถานศึกษาปริยัติธรรมแล้วก็ภาษาบาลีของพระสงฆ์เณรในเมือง มีลักษณะสถาปัตยกรรมงดงาม และก็โบสถ์ซึ่งมีจิตรกรรมฝาผนังซึ่งได้รับสรรเสริญว่าสวยที่สุดในจังหวัดอุตรดิตถ์ โดยจะที่คุณจะขอพรนั้น อยู่ที่หลวงพ่อเพชร

ผู้เป็นพระที่มีหลายคน เชื่อว่าเขาเป็นคนที่มีคุณธรรม และมีคำสอนที่สอนใจได้อย่างดี โดยประวัติของท่าน เมื่อปี พุทธศักราช 2436 หลวงพ่อด้วง เจ้าอาวาสวัดหมอนไม้ อำเภอบางโพ ซึ่งเป็นอำเภอเมืองเดี๋ยวนี้ จังหวัดอุตรดิตถ์ ได้เดินทางผ่านรอบๆวัดไผ่ล้อม ตำบลทุ่งยั้ง ได้เจอรังปลวกขนาดใหญ่แห่งหนึ่งรูปร่างรูปแหลมไม่ถูกกลับรังปลวกทั่วๆไป ก็เลยได้เอาไม้เคาะปลายแหลมที่ยอดเยี่ยมของรังปลวกนั้นจนกระทั่งดินหลุดออก ตรวจรางวัล

มองเห็นเกศาพุทธรูปโผล่ออกมา หลวงพ่อด้วงก็เลยสั่งให้พระแล้วก็เด็กวัดที่ร่วมเดินทางไปด้วยช่วยเหลือกันขุดดิน รังปลวกออก ก็เจอพุทธรูปขนาดค่อนข้างจะใหญ่ ฝังอยู่ในจอมปลวกที่นั้น ก็เลยได้เชิญพุทธรูปองค์นั้นไปไว้ที่วัดหนอนไม้

ถัดมาหลวงพ่อด้วงมีความเห็นว่า วัดหมอนไม้ไม่มีอุโบสถที่จะติดตั้งพุทธรูปได้อย่างเหมาะควร ประกอบกับมีประชาชนที่รู้ข่าวสารพุทธรูปองค์นี้ ได้มากราบไหว้บูชาสักการเยอะมากๆ ยิ่งไปกว่านั้น ยังอาจมีปัญหาด้านขโมย

ก็เลยใคร่ครวญมีความคิดเห็นว่า ถ้าชวนพุทธรูปองค์นี้ไปตั้งที่วัดวังเตาหม้อ (เป็นวัดท่าถนนหนทางในตอนนี้) ซึ่งมีหลวงพ่อเพ็ชรเป็นเจ้าอาวาสอยู่ วัดที่นี้มีอุโบสถ และก็ตั้งอยู่ในแหล่งชุมนุมชน สบายแก่การไปนมัสการของราษฎร ท่านก็เลยได้เชิญพุทธรูปไปตั้งไว้ที่วัดวังเตาหม้อ รวมทั้งมอบให้นามพุทธรูปองค์นี้ว่า หลวงพ่อเพ็ชร

 

ขอหวยอุตรดิตถ์สถานที่ขอพรขอโชคลาภขอหน้าที่การงานหรือแม่แต่ขอหวยอันดับ5 วัดพระแท่นศิลาอาสน์

วัดพระแท่นศิลาอาสน์ เดิมชื่อ วัดมหาธาตุ ตั้งอยู่ที่บนเนินเต่า หรือเขาทอง บ้านพระแท่น ตำบลทุ่งยั้ง อำเภอเมืองลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์ ใกล้กับวัดพระยืนพุทธบาทยุคล ซึ่งตั้งอยู่ทางด้านทิศตะวันออก บนเนินเขาลูกเดียวกันแต่ว่าคนละยอด

วัดพระแท่นศิลาอาสน์เป็นวัดโบราณ ไม่ปรากฏหลักฐานว่าคนใดกันสร้าง และก็สร้างแม้กระนั้นเมื่อใด ในแผ่นจารึกครั้งกรุงสุโขทัยไม่ปรากฏเนื้อความพูดถึงพระแท่นหินผาอาสนะ แต่ว่าพึ่งจะมีปรากฏในหนังสือประวัติ ในรัชสมัยกษัตริย์บรมโกศล

ท่านได้เสด็จนมัสการพระแท่นหินอาสนะ เมื่อปี พุทธศักราช 2283 ได้แปลว่าพระแท่นหินผาอาสนะได้มีมาก่อนหน้านี้แล้ว จนถึงเป็นที่เคารพสักการะของคนธรรมดาทั่วไปอย่างมากมาย รวมทั้งทางด้านราชการได้นำพระแท่นหินผาอาสนะไปติดตั้งไว้ภายในยี่ห้อประจำจังหวัดจังหวัดอุตรดิตถ์ แสดงถึงความเชื่อเลื่อมใสรวมทั้งจุดสำคัญขององค์พระแท่นศิลาอาสน์ได้อย่างดีเยี่ยม ปัจจุบันนี้วัดพระแท่นศิลาอาสน์ ได้รับการเลื่อนฐานะขึ้นเป็นพระอารามหลวงชั้นตรี

ขึ้นอยู่กับธรรมยุตินิกาย เมื่อปี พุทธศักราช 2549 พระแท่นศิลาอาสน์เป็นพุทธเจดีย์ เหมือนกับพระแท่นดงรัง เป็นที่เชื่อกันมาแม้กระนั้นโบราณว่า สมเด็จพระสัมมาสัมพระพุทธ ทั้งยังห้าท่านในดีกัปนี้ ได้เสด็จและก็จะได้เสด็จมาประทับนั่งบนพระแท่นที่นี้ เพื่อเจริญภาวนา รวมทั้งได้ประทับยั้งเวลาที่รู้แล้ว เพื่อโปรดสัตว์

ซึ่งมีความหมายว่าพระแท่นหินผาอาสนะนี้ มีประวัติที่มาที่ไปโดยตลอด ในศาสนาพุทธมายาวนาน ตัวพระแท่นเป็นหินแลง มีลักษณะเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้า ขนาดกว้าง 8 ฟุต ยาวราว 10 ฟุต สูง 3 ฟุต ที่ฐานพระแท่นประดับโดยการใช้ลายกลีบของดอกบัวรอบๆ มีพระมณฑป ศิลป์เชียงแสนครอบ อยู่ด้านในพระวิหารวัดพระแท่นอามาส สถานที่แห่งนี้เป็นสถานที่ สำหรับคนที่อยากได้พรจริงๆ เพียงแค่มาบนบาน รับรองเลยว่า สิ่งที่คุณอยากได้ จะเกิดขึ้นแน่นอน โปรแกรมตรวจหวย

 

ขอหวยอุตรดิตถ์