มูเตลู เซียมซีเสี่ยงดวง สถานเซียมซีในไทยที่แม่นมากที่สุดอันดับที่1 ศาลเจ้าพ่อเสือ

มูเตลู เซียมซีเสี่ยงดวง ตั้งชื่อตามสันเจ้าโพธิ์เสือ คฤหาสถ์จีนโบราณของ Xuanwu หรือ “เจ้าพ่อเสือ” ในภาษาไทย สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 3) ในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น เดิมตั้งอยู่ถนนบำรุงเมือง

ต่อมาในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) ได้ย้ายมาที่ถนนตะนาวเช่นทุกวันนี้ อาคารธูปเป็นแบบสถาปัตยกรรมจีนตอนใต้ วันนี้ถือได้ว่าเป็นหนึ่งในโรงธูปจีนที่มีชื่อเสียงและเป็นที่เคารพนับถือมากที่สุด

เป็นบ้านธูปจีน ตั้งอยู่ที่ 468 ถนนตะนาว ตำบลศาลเจ้าพ่อเสือ เขตพระนคร ในเขตเมืองเก่าของกรุงเทพฯ (เกาะรัตนโกสินทร์) ใกล้เสาชิงช้า (เสาชิงช้ายักษ์) และวัดมหนนาพาราม ลักษณะสถาปัตยกรรมแบบจีนตอนใต้ เซียมซีเสี่ยงโชค

เป็นศาลเจ้าเจ้าพ่อเสือ  ตามความเชื่อของจีนโบราณและเป็นศาลเจ้าจีนที่ได้รับความนับถือมากที่สุดแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯและประเทศไทยเช่นเดียวกับวัดมังกรกมลาวาสในย่านไชน่าทาวน์โดยเฉพาะช่วงตรุษจีน

ศาลเจ้านี้สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2377 ในสมัยพระเจ้านางเกล้า (รัชกาลที่ 3) เดิมตั้งอยู่ริมถนนบำรุงเมืองแต่ได้ย้ายตามพระบัญชาของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) มาอยู่ที่ถนนตะนาวซึ่งเป็นที่ตั้งของปัจจุบัน

ศาลเจ้าประดิษฐานรูปปั้นของสิ่งมีชีวิตสูงสุดของจีน รวมถึงเทพเจ้าเสือ (Xuan Tian Shang Di), กวนอู (เทพเจ้าแห่งความซื่อสัตย์), Caishen (เทพเจ้าแห่งโชคลาภ), Dai Seng Ya (เทพเจ้าลิง) และ Mazu (เทพีแห่งท้องทะเล) ซึ่งเป็นที่เคารพนับถืออย่างสูงของชาวไทยและชาวจีน

 

มูเตลู เซียมซีเสี่ยงดวง สถานเซียมซีในไทยที่แม่นมากที่สุดอันดับที่2 วัดมังกร วิหารเทพเจ้า

เป็นวัดเก่าแก่ของจีน-เวียดนามในกรุงเทพฯ ตั้งอยู่ที่ 119 ซอยทิพย์วารี ถนนตรีเพชร แขวงวังบูรพาภิรมย์ เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร ในบริเวณบ้านหม้อ ตรงข้ามดิโอลด์สยามพลาซ่า วัดนี้สร้างขึ้นในสมัยกรุงธนบุรีใน พ.ศ. พ.ศ. 2319 (ระหว่างเมษายน พ.ศ. 2319 – มีนาคม พ.ศ. 2320) ในสมัยพระเจ้าตากสิน พระองค์ประทานฝั่งตะวันออกของแม่น้ำเจ้าพระยาเป็นที่พำนักของชาวจีนและเวียดนาม เสี่ยงทายเซียมซี

ต่อมาในสมัยรัตนโกสินทร์ Nguyễn Phúc Ánh เจ้าชายแห่ง Huế ผู้ซึ่งมาพึ่งพากษัตริย์ไทย ได้ลักลอบนำเข้าประเทศของเขา พระองค์จึงทรงทำให้พระเชษฐาของพระองค์เป็นพระเชษฐา พระองค์เองทรงสงสัยชาวเวียดนามที่อาศัยอยู่ในสยาม (ประเทศไทยในขณะนั้น) เขาสั่งให้ชาวเวียดนามที่อาศัยอยู่ที่นั่นย้ายออกไป ส่งผลให้บริเวณนี้เปลี่ยวทันทีและวัดไม่มีพระภิกษุอยู่อาศัยมานานหลายปี

จนถึง พ.ศ. พ.ศ. 2439  พระภิกษุจีนท่านหนึ่งชื่อ “ไห่ซัน” (ไห่ซัน) จากหูหนาน มาอาศัยอยู่ที่นี่และฟื้นฟูโดยเศรษฐีชาวจีนในท้องถิ่นเป็นสปอนเซอร์ ผลการบูรณะทำให้พระอุโบสถสวยงามขึ้น พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) ทรงแต่งตั้งให้เป็นเจ้าอาวาสใน พ.ศ. พ.ศ. 2452 พระราชทานชื่ออย่างเป็นทางการว่า “วัดทิพยวารีวิหาร” ซึ่งแปลว่า “วัดน้ำศักดิ์สิทธิ์” เนื่องจากมีบ่อน้ำขนาดเล็ก

จึงเชื่อกันว่าน้ำในสระเป็นน้ำศักดิ์สิทธิ์ เชื่อกันว่าบ่อน้ำนี้มีมังกรเขียว (หนึ่งในสี่สัญลักษณ์ตามความเชื่อของจีนโบราณ) เป็นผู้อุปถัมภ์ ทำให้วัดแห่งนี้เป็นที่รู้จักในนาม “วัดมังกรเขียว” ด้านในประดิษฐานรูปเคารพมากมาย เช่น ฮัวตั้ว มังกรเขียว เยว่ ลาว เอ้อลังเซิน ตรีกายา อวโลกิเตศวร เป็นต้น

ปัจจุบันเป็นที่นิยมในหมู่ชาวจีน รวมทั้งคนไทย ในการปัดเป่าโชคร้ายตามโหราศาสตร์จีน โดยเฉพาะช่วงปีใหม่หรือวันตรุษจีนและเทศกาลกินเจ

 

มูเตลู เซียมซีเสี่ยงดวง

 

มูเตลู เซียมซีเสี่ยงดวงสถานเซียมซีในไทยที่แม่นมากที่สุดอันดับที่3 ศาลเจ้าพ่อหลักเมือง กรุงเทพฯ

ตามประเพณีไทยโบราณ จะต้องสร้างเสาหลักเมืองขึ้นในการสถาปนาเมืองใหม่ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้ทรงสร้างเสาหลักเมืองกรุงเทพมหานครใกล้กับวัดพระศรีรัตนศาสดารามเมื่อวันอาทิตย์ที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2325

โดยมีดวงเมืองอยู่ข้างใน เสาเดิมทำจากไม้ขี้เหล็กที่เรียกว่าชัยพฤกษ์ ขนาด 75 ซม. เส้นผ่านศูนย์กลาง 27 ซม. สูง. ในสมัยรัชกาลที่ 4 เสาเก่าที่ทรุดโทรมถูกแทนที่ด้วยเสาใหม่ที่ทำจากไม้ชนิดเดียวกัน ขนาด 270 ซม. สูงฐานสูง 175 ซม. กว้างมีปรางค์รูปปรางค์กำบังดังที่ปรากฏอยู่ทุกวันนี้ ศาลยังมีรูปเทวดาคุ้มครอง ได้แก่ เทพารักษ์ เจ้าโพธิ์หอคลอง พระเสือเมือง พระทรงเมือง เจ้าโพธิ์เชตคุปต์ และพระคันไชยศรี

ศาลหลักเมือง. ตามประเพณีไทยโบราณ จะต้องสร้างเสาหลักเมืองขึ้นในการสถาปนาเมืองใหม่ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้ทรงสร้างเสาหลักเมืองกรุงเทพมหานครใกล้กับวัดพระศรีรัตนศาสดารามเมื่อวันอาทิตย์ที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2325

โดยมีดวงเมืองอยู่ข้างใน เสาเดิมทำจากไม้ขี้เหล็กที่เรียกว่าชัยพฤกษ์ ขนาด 75 ซม. เส้นผ่านศูนย์กลาง 27 ซม. สูง. ในสมัยรัชกาลที่ 4 เสาเก่าที่ทรุดโทรมถูกแทนที่ด้วยเสาใหม่ที่ทำจากไม้ชนิดเดียวกัน ขนาด 270 ซม. สูงฐานสูง 175 ซม. กว้างมีปรางค์รูปปรางค์กำบังดังที่ปรากฏอยู่ทุกวันนี้ ศาลยังมีรูปเทวดาคุ้มครอง ได้แก่ เทพารักษ์ เจ้าโพธิ์หอคลอง พระเสือเมือง พระทรงเมือง เจ้าโพธิ์เชตคุปต์ และพระคันไชยศรี สายมู เรียกทรัพย์

 

มูเตลู เซียมซีเสี่ยงดวงสถานเซียมซีในไทยที่แม่นมากที่สุดอันดับที่4 วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ

เป็นวัดพุทธ (วัด) ในจังหวัดพิษณุโลก ประเทศไทย ตั้งอยู่ริมฝั่งตะวันออกของแม่น้ำน่าน ใกล้สะพานนเรศวร และตรงข้ามกับศาลากลางจังหวัดพิษณุโลก ห่างจากกรุงเทพฯ ประมาณ 337 กม. (209 ไมล์) สายมู การเงิน วันพฤหัสบดี

วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ หรือที่ชาวบ้านรู้จักในชื่อ “วัดใหญ่” ก่อตั้งเมื่อปี พ.ศ. 1357 โดยพระเจ้าลิไท[1] แห่งสุโขทัย วัดนี้สร้างขึ้นพร้อมกับวัดพระพุทธชินราชและวัดพระศรีสัทธาราม ในสมัยพระเจ้าเอกาทศรถแห่งกรุงศรีอยุธยา พระพุทธรูปปิดทอง

และต่อมาพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวและพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชบรมนาถบพิตรกรุงรัตนโกสินทร์พัฒนา วัดตั้งอยู่บริเวณเชิงสะพานนเรศวรริมฝั่งแม่น้ำน่าน มีเนื้อที่ 36 ไร่ (1 ไร่ = 1600 ตร.ม.)

วัดนี้มีชื่อเสียงมากเนื่องจากมีพระพุทธรูปทองคำที่เรียกว่าพระพุทธชินราชซึ่งคนไทยบางคนถือว่าเป็นพระพุทธรูปที่สวยงามที่สุดในประเทศ ทั้งยังมีในส่วนของ การเซียมซีที่ ใครหลายๆคนต่าง เข้ามาเซียมซีกัน และที่สำคัญกว่านั้นคือ ที่แห่งนี้เป็นสถานที่ บอกเซียมซีแม่นมาก หากใครชอบเสี่ยงดวง เข้ามากราบไหว้ได้เลย

เทศกาลต่างๆ มักจัดขึ้นที่บริเวณวัด รวมทั้งงานพระพุทธชินราชประจำปี นอกจากนี้ ในวันหยุดสุดสัปดาห์แรกของเดือนตุลาคม จะมีการแข่งเรือมังกรพิษณุโลกนอกวัดในแม่น้ำ

 

มูเตลู เซียมซีเสี่ยงดวง

 

มูเตลู เซียมซีเสี่ยงดวงสถานเซียมซีในไทยที่แม่นมากที่สุดอันดับที่5 พระธาตุดอยสุเทพ

ความงดงามของวัดพระธาตุดอยสุเทพมีรูปปั้นพญานาคเจ็ดเศียรวางเรียงกันเป็นแนวบันไดไปยังวัดซึ่งมีเจดีย์สีทองแบบเชียงแสนและสถาปัตยกรรมล้านนาอันงดงามทั้งหมดตั้งอยู่ ทิวทัศน์ของเชียงใหม่จากที่นี่ก็ยอดเยี่ยมเช่นกัน ที่วัดพระธาตุดอยสุเทพยังมีเทศกาลเตียวเขื่อนดอยซึ่งเป็นการเดินทางขึ้นดอยสุเทพเพื่อสักการะพระบรมสารีริกธาตุที่ประดิษฐานอยู่ที่นั่น เสี่ยงเซียมซี เนื้อคู่

วัดพระธาตุดอยสุเทพเป็นวัดที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุดแห่งหนึ่งในภาคเหนือของประเทศไทย สามารถมองเห็นเมืองจากบัลลังก์บนภูเขา และตำนานการก่อตั้งของวัดแห่งนี้เป็นที่เรียนรู้ของเด็กนักเรียนทุกคนในเชียงใหม่ วัดเป็นตัวอย่างที่สวยงามของสถาปัตยกรรมไทยภาคเหนือ โดยเข้าถึงได้โดยใช้บันได 306 ขั้นที่ขนาบข้างด้วยพญานาค (งูทะเลในตำนาน) การปีนขึ้นนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อช่วยให้ผู้ศรัทธาได้รับบุญทางพุทธศาสนา

อารามแห่งนี้ก่อตั้งขึ้นในปี 1383 เพื่อประดิษฐานกระดูกชิ้นหนึ่งซึ่งว่ากันว่ามาจากไหล่ของพระพุทธเจ้าประวัติศาสตร์ พระเร่ร่อนจากสุโขทัยนำเศษกระดูกมายังล้านนา แตกออกเป็นสองชิ้นที่โคนภูเขา องค์หนึ่งประดิษฐานอยู่ที่วัดสวนดอก ชิ้นส่วนที่สองติดอยู่กับช้างเผือกศักดิ์สิทธิ์ที่เดินเตร่อยู่ในป่าจนกระทั่งมันตาย ในกระบวนการคัดเลือกจุดที่สร้างอารามในภายหลัง

ระเบียงที่ด้านบนสุดของขั้นบันไดเต็มไปด้วยต้นสาเก ศาลเจ้าเล็กๆ สวนหิน และอนุสาวรีย์ รวมทั้งรูปปั้นช้างเผือกที่นำพระบรมสารีริกธาตุไปยังที่พำนักปัจจุบัน ก่อนเข้าสู่ลานด้านใน เด็กๆ จะต้องเคารพรูปปั้นมังกรผู้พิทักษ์ที่ดูเหมือนกิ้งก่าที่เรียกว่า ‘แม่’

ขั้นบันไดนำไปสู่เฉลียงด้านในซึ่งมีทางเดินล้อมรอบเจดีย์สีทองแวววาวประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ ร่มห้าชั้นยอดเป็นเครื่องหมายแสดงอิสรภาพของเมืองจากพม่าและการรวมตัวกับไทย ผู้แสวงบุญเข้าคิวเพื่อทิ้งดอกบัวและเครื่องเซ่นไหว้อื่นๆ ที่ศาลเจ้ารอบๆ เจดีย์ ซึ่งประดับประดาด้วยพระพุทธรูปในรูปแบบท่าทางและวัสดุต่างๆ ที่น่าทึ่ง

บทความหวยอื่น>>> มูเตลู 12 ราศี

ดูหนังออนไลน์ที่นี่>>> หนังออนไลน์

แทงบอลออนไลน์ที่นี่>>> แทงบอลออนไลน์