เครื่องรางโชคดี จีน เครื่องรางจีนที่ต้องติดไว้ที่บ้านอันดับที่1 ปี่เซียะ

เครื่องรางโชคดี จีน เป็นอสูรกายตามความเชื่อถือ ของจีนมาแม้กระนั้นโบราณ มั่นใจว่า ปี่เซียะ มีรูปร่างรวมทั้งเขาเหมือนกวาง แม้กระนั้นมีหน้า, หัว, ขาเหมือนสิงโต, มีปีกเหมือนนก, ข้างหลังเหมือนปลา และก็มีส่วนหางเหมือนแมวผสม ไปด้วยท้องแล้วก็เล็กน้อย ของหัวเหมือนมังกร เป็นสัตว์สี่ขา แล้วก็เป็นสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ช่วยคุ้มครอง และก็ขจัดปัดเป่าภัยอันตราย แล้วก็ภูตผีปีศาจ สิ่งไม่ดีต่างๆได้ มั่นใจว่าถูกแบ่งเป็นตัวผู้ชื่อ ปี่ แล้วก็ ตัวเมียชื่อ เซียะ

นอกเหนือจากนั้นแล้ว ยังมีชื่อเรียกอื่นอีก ตัวอย่างเช่น เทียนลู่ หรือ เทียนลก ตามแต่ละพื้นที่อีกด้วย ซึ่งความหมายของชื่อพวกนี้ แปลได้ว่า กวางสรวงสวรรค์ หรือ ขจัดปัดเป่า เช้าใจกันว่า ปี่เซียะ เป็นลูกตัวที่ 9 ของมังกร เป็นสัตว์ที่กินเก่งและไม่มีรูทวาร ก็เลยไม่มีการขับถ่าย ในปลายสมัยวงศ์สกุลโจว ตรงกับสมัยชุนชิว มีการนำปี่เซียะมาใช้เป็นเครื่องหมายโดยประดับประดาเป็นรูปบนธงสำหรับเพื่อการออกศึก โดยรวมในสมัยก่อนคาดการณ์ว่า ปีเซียะบอกความหมาย ในทางความเด็ดเดี่ยว การปกป้องคุ้มภัย และก็การต่อสู้เพื่อจะให้ได้มาซึ่งความมีชัย

นอกเหนือจากนั้นแล้ว ปี่เซียะยังเป็นเครื่องหมาย ของการคุ้มครองแล้วก็ปกป้องเงินทองอีกด้วย อันเหตุเพราะการที่เป็นสัตว์ ที่รับประทานสิ่งเดียวไม่มีการขับถ่าย ก็เลยมีการปั้นเป็น รูปปั้นเฝ้าพุงพระโรง ด้านในวัง ตัวอย่างเช่น ฮ่องเต้ปูยี จักรพรรดิองค์สุดท้ายของราชวงศ์ชิงและก็จีน เครื่องรางนำโชค คนจีน

เดี๋ยวนี้ มีการบูชาปี่เซียะ โดยมักทำเป็นรูปนับถือของสัตว์ ที่มีลักษณะดังกล่าวมาแล้วข้างต้น ในลักษณะหมอบ และก็มักทำเป็นคู่กัน โดยจะตั้งวางให้สอดคล้องกับ หลักฮวงจุ้ยด้วย ทั้งยังยังเป็นหิ้งบูชาของนักการพนัน คนที่นิยมเสี่ยงดวง ในลักษณะวัตถุมงคล จากการที่เป็นสัตว์ที่รับ ประทานสิ่งเดียวไม่มีถ่าย ก็เลยเป็นเครื่องหมายของการ เก็บทรัพย์สมบัติ ซึ่งกาสิโนบางพื้นที่ในประเทศจีน, มาเก๊า รวมทั้งประเทศฮ่องกง จะมีรูปปั้นปี่เซียะนี้อยู่ข้างหน้าด้วย เครื่องรางจีนเสริมโชคลาภ

 

เครื่องรางโชคดี จีน

 

เครื่องรางโชคดี จีน เครื่องรางจีนที่ต้องติดไว้ที่บ้านอันดับที่2 เซียมซู

เป็นกบหรือคางคกในเทพตำราจีน ตอนนี้นิยมสร้างเป็นวัตถุบูชารูปคางคกสีทองคำ คาบเหรียญในปาก บูชาเพื่อดลใจความร่ำรวย มั่งคั่ง ด้วยคติความเชื่อถือในหลักฮวงจุ้ย ลักษณะเดียวกันกับปี่เซียะ หรือผีซิว

ตามตำราเล่าว่า ซีหวังหมู่ หรือเกี่ยวข้องตี๊กิมบ๊อ ผู้เป็นแม่ของเง็กเซียนฮ่องเต้ เทพผู้สูงสุดผู้ดูแลสรวงสวรรค์ พระนางได้เลี้ยงสัตว์แปลกเอาไว้ในสระบัวหน้าราชสำนัก สัตว์ตัวนี้เปรียบเสมือนกับเป็นเลิศเซียนหรือเทพเจ้า มีลักษณะเหมือนกบครึ่งคางคกแม้กระนั้นมี 3 ขา

มีหางเป็นปลาช่อนอยู่ข้างใน มีสีทองคำสวยงาม ไปหมดทั้งตัว มีข้างหลังขึ้นเครื่องหมายรูปดาว 7 ดวง หรือดาวลูกไก่ เซียมซู ไม่ทำอะไรจะใช้ความรู้พิเศษ เรียกเงินเรียกทองมาเล่นบันเทิงใจในสระบัว อยู่วันหนึ่งเซียมซู ได้หนีมาโลกมนุษย์ พระนางโกรธเป็นฟืน เป็นไฟก็เลยบัญชาการ ให้เซียนมังกรมรกตไปเรียก ตัวเซียมซูได้หนีมาอยู่ ที่หมู่บ้านแห่งหนึ่ง ทางตอนใต้แห่งหนึ่งที่เป็นหมู่บ้าน ที่อนาถาแล้งแห้งแล้ง เครื่องรางเหรียญจีน

สามัญชนยากจนข้นแค้นมากมาย มีเด็กหนุ่มคนหนึ่งซึ่ง เป็นคนดีมีความรู้บุญคุณ คนต่อบิดามารดา เซียมซูได้มาอยู่กับชายผู้นี้ ได้เรียกเงินเรียกทองมากมาย ให้จำนวนไม่น้อย เพื่อนำมาแจกราษฎร แลัวยังบันดลให้ฝนตก มีความอุดมสมบูรณ์ ทั้งยังหมู่บ้าน จนถึงอีกทั้งชายผู้นี้แล้ว ก็ทุกคนในหมู่บ้านมั่งมี ไม่มีผู้ใดกระทั่งเลย เซียนมังกรมรกต ก็เลยไปรายงานต่อพระนาง พระนางได้ประทานพร ให้แก่เซียมซู ขอให้ไปอยู่สถานที่ใด ก็มีแต่ว่าความสำราญ ความมั่งมี

อีกเรื่องราวหนึ่งเล่าว่า ลูกศิษย์เอกคนหนึ่ง ของเล่อตงปิน หนึ่งในแปดเซียน ชื่อ เหล่าไหเซียม เป็นคนที่มีเวทมนตร์เก่ง ถูกใจช่วยเหลือคนอื่น แล้วก็สามารถปราบยักษ์ แล้วก็สยบมารได้ มีอยู่กาลครั้งหนึ่งเหล่าไหเซียมได้ปราบมารตนหนึ่ง ที่แปลงตัวมาจากเซียมซู ภายหลังที่เซียมซูถูกสยบแล้ว

ก็ได้เปลี่ยนแปลงตัวเอง และก็ขอติดตามรับใช้ เหล่าไหเซียม เพราะว่าเหล่าไหเซี้ยม ถูกใจช่วยเหลือคนยากคนจน ด้วยการแจกเงินแจกทอง บังเอิญกับที่เซียมซู มีความรู้ความเข้าใจสำหรับในการคายทรัพย์สิน ออกมาจากปากได้ ตั้งแต่ขณะนั้นเซียมซู ได้ติดตามเหล่าไหเซียม ไปแจกเงินแจกทอง แล้วก็ช่วยเหลือผู้คน

การบูชาเซียมซู นิยมเอามาตั้งไว้ตามจุดต่างๆ ข้างในบ้านที่เกี่ยวเนื่อง กับเงินทรัพย์สิน ดังเช่นว่า โต๊ะทำงาน หรือตู้เซฟ บูชาด้วยขนมจันอับ รวมทั้งผลไม้ที่สื่อความหมายมงคล ดังเช่น ส้ม, กล้วย, สับปะรด, ทับทิม หรือลูกท้อ

 

เครื่องรางโชคดีจีน เครื่องรางจีนที่ต้องติดไว้ที่บ้านอันดับที่3 พระมหากัจจายนะ

เป็นอรหันต์องค์หนึ่ง ในพระอสีติมหาสาวก ของพระโคตมพุทธเจ้า ได้รับการชมเชยว่าเป็นเอตทัคคะ ในทางผู้ชี้แจงความย่อ ให้แปลกประหลาด ในประเทศไทยเว้นเสียแต่ชื่อ ตามภาษาบาลีแล้ว ยังมีนามแฝงว่า “พระสังกัจจายน์” หรือ “พระสังกระจาย”

พระมหากัจจายนะกำเนิด ในเครือญาติพราหมณ์เชื้อสายหนึ่ง ในกรุงอุชเชนี ได้เรียนรู้พระเวทเลียนแบบ เชื้อสายพราหมณ์ทั้งหลายแหล่ ท่านเป็นลูกศิษย์ของอสิต ดาบสที่เขาวินธัย (ผู้พยากรณ์ว่าพระราชโอรสสิทธิตถะ จะได้เป็นพระผู้เป็นเจ้า พระราชาธิราชหรือพระสัมมาสัมพุทธเจ้าในอนาคต) พระมหากัจจายนะและมิตรอีก 7 คนได้นิมนต์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ให้ทรงแสดงธรรมเทศน์ รวมทั้งได้บรรลุธรรมเป็นอรหันต์ ในระหว่างฟังธรรมนั้นเอง ต่อจากนั้นท่านก็เลยทูล ขอบวชต่อพระสัมมาสัมพุทธเจ้า แล้วก็ได้เผยแผ่พุทธอยู่ ในประเทศอวันตีจน กระทั่งมีผู้เข้ามาเป็นสาวก ในศาสนาพุทธเยอะๆ

ในสัทธรรมปุณฑรีกสูตร บรรพที่ 6 เกี่ยวกับการคาดเดา ได้เอ่ยถึงพุทธคาดการณ์ว่า พระมหากัจจายนะ พระสุภูติ พระมหากัสสปะ แล้วก็พระมหาโมคคัลลานะ (ทั้งผองล้วนแต่เป็นอรหันต์ทั้งหมดทั้งปวง) ภายหลังได้สดับพระสูตรนี้แล้ว จะได้รู้แจ้งเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าในอนาคต

บ้านไหนมีการกราบไหว้ มักจะได้โชคมากมาย และยังมีสุขภาพต่อครอบครัวที่ดี ไม่เจ็บป่วยง่าย และภัยอันตรายต่างๆนั้น จะไม่คืบคลานเข้าตัวคุณและในบ้าน เป็นเครื่องรางกราบไหว้ที่ต้องมีติดบ้านนั้นเอง เครื่องรางของขลังจีน

 

เครื่องรางโชคดี จีน

 

เครื่องรางโชคดีจีน เครื่องรางจีนที่ต้องติดไว้ที่บ้านอันดับที่4 ตี่จู๋เอี๊ยะ

เป็นเทพเจ้าที่ของชุมชน ที่อยู่อาศัย หรือสถานที่ ตามความเชื่อของศาสนาพื้นบ้าน จีนรวมทั้งชาวไทยเชื้อสายจีน ในประเทศไทยปัจจุบัน เช้าใจกันว่าเทพถู่ที้กงมีตัวตนจริงในประวัติศาสตร์จีน ในยุควงศ์สกุลจิว ชื่อเดิมว่าเตียเม่งเต็ก เป็นข้ารับใช้เจ้าขุนมูลนาย คนมั่งมีนายหนึ่ง กาลครั้งหนึ่งเจ้าขุนมูลนายท่านนั้น ได้ถูกเรียกให้เข้ารับราชการ ที่วังหลวงทันทีทันใด ก็เลยได้รีบเริ่มเดินทาง ไปพร้อมทั้งเมียของเขา

และก็ให้เตียเม่งเต็กนำบุตรสาว ของเขาตามไป ในวังหลวงคราวหลัง เตียเม่งเต็กได้เริ่มเดินทาง โดยหามบุตรีของเจ้าขุนมูลนาย ไว้บนข้างหลัง รวมทั้งในมือทั้งคู่ ได้ถือของใช้สัมพาระต่างๆ ระหว่างการเดินทางนั้น ได้กำเนิดลมพายุหิมะ กระหน่ำขึ้น เตียเม่งเต็กก็เลย จำถอดเสื้อคลุมของเขาสวม ให้กับบุตรสาวของเจ้าขุนมูลนาย ที่หามไว้บนข้างหลัง กระทั่งตัวเองเสียชีวิต จากความเหน็บหนาว ข้างหลังเตียเม่งเต็ก ได้เสียชีวิตลงด้วยความเสียสละ แล้วก็ภักดีต่อนายจ้าง

บนฟ้าได้ปรากฏดวงดาวขึ้น มาเป็นอักษรสาระสำคัญว่า “ประตูสรวงสวรรค์ตอนใต้ ของเทพเจ้าผู้มีอิทธิพล ฮกเต็ก” วันหลังได้มีผู้มาเจอกับ นางแล้วก็ได้ช่วยเหลือ นำไปส่งถึงครอบครัวโดย ไม่มีอันตราย ข้างหลังนางเติบโตขึ้น ได้มีจิตใจรู้บุญคุณคนต่อเตียเม่งเต็ก รวมทั้งได้สร้างศาลเจ้าขึ้น เพื่อเอาขึ้นเป็นเทพเจ้า ชื่อศาลเจ้าว่า “ศาลเจ้าฮกเต็ก” ศาลเจ้าดังที่กล่าวมาแล้วข้างต้น ได้รับการเชื่อถือมากมาย จากฮ่องเต้ท่านหนึ่เครื่องรางนําโชค ประจําวันเกิด

ซึ่งได้ตั้งชื่อใหม่ ให้กับเทวดาฮกเต็กว่า “ถู่ที้กง” อันแสดงว่าเทพเจ้าที่แผ่นดิน ทั้งหลายแหล่ คนจีนก็เลยยึดมั่นว่า ท่านเป็นเทพเจ้าที่ มานับจากนั้น ซึ่งในประเทศไทยนั้น มีการกราบไหว้เยอะมาก ไม่ว่าคุณจะไปบ้านไหน หรือร้านค้า หรือร้านอาหาร มักจะเจอเครื่องรางนี้ ติดอยู่ในบ้านนั้นเอง

บทความหวยอื่น>>> พระดังในไทย

ดูหนังใหม่ได้ที่นี่>>> หนังออนไลน์ล่าสุด

แทงบอลออนไลน์ที่นี่>>> UFABET